แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ skype แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ skype แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2553

ทริปฮังการีเพื่อเข้าร่วมงาน OOoCon2010 วันที่ 4

วันที่ 4 สำหรับทริปนี้ วันนี้เป็นพิธีเปิดงาน OOoCon2010 ซึ่งผมต้องเดินทางไปยังอาคารรัฐสภาของฮังการีเพื่อเข้าร่วมพิธีเปิด ปัญหาคือผมไม่ทราบว่าอาคารรัฐสภาอยู่ส่วนใดของบูดาเปส จึงคิดว่าเช้านี้จะลงไปถามกับพนักงานต้อนรับของโรงแรม เนื่องจากน่าจะเป็นคนฮังการีกลุ่มเดียวที่พูดภาษาอังกฤษได้ ในโรงแรมนี้

ตอนเช้าคุณสัมพันธ์ได้ชี้ให้ดูในแผนที่ว่าน่าจะเป็นที่นี่ ทำให้พอรู้คร่าวๆ ว่าต้องนั่งรถอย่างไร เมื่ออาบน้ำเสร็จก็ออกเดินทาง ก่อนอื่นก็ขึ้นรถเมล์ไปยังสถานีรถไฟ Metro Line สาย 2 หลังจากนั้นนั่งรถไฟไปลงสถานีที่เลยจากสถานีเมื่อวานไป 1 สถานี แล้วหลังจากนั้นก็ใช้การเดิน

เมื่อมาถึงสถานีปลายทาง ก็มองเห็นอาคารรัฐสภา ใหญ่โตมากๆ และเก่าแก่มากด้วย ผมเดินไปถามรปภ. ที่อยู่หน้าอาคาร ถามเป็นภาษาอังกฤษ แต่เขาตอบเป็นภาษาอังกฤษ สำเนียงฮังกาเรียน แต่พอจะเดาได้ว่าให้เดินไปอีกทาง โดยอ้อมอาคารนี้ไปเข้าอีกประตูหนึ่ง



จึงเดินตามทางไปเรื่อยๆ พอไปถึงจุดที่มีป้อมก็มีการตรวจพาสปอร์ต เนื่องจากเ้จ้าหน้าที่จัดงานได้ส่งรายชื่อ ผู้ที่จะเข้าร่วมพิธีเปิดมาให้ รปภ. เรียบร้อยแล้ว ก็จัดการตรวจสอบรายชื่อ และได้รับสายรัดข้อมือมาอันหนึ่ง ซึ่งตอนแรกผมไม่ทราบว่าเขาให้มาทำอะไร

หลังจากนั้นเดินอ้อมอาคารมาอีกทาง เพื่อเข้าประตูไปยังสถานที่จัดงาน นั่นคือห้องประชุมสภานั่นเอง พอจะเข้าประตู มีการตรวจอาวุธ ซึ่งผมต้องถอดทุกอย่างที่เป็นโลหะ เพื่อเดินผ่านเครื่องตรวจ และเข้าไปยังอาคารรัฐสภา เป็นการเข้าเยี่ยมชมที่เข้มงวดมาก และไม่ว่าจะเป็นผู้ร่วมงาน หรือคณะทัวร์ ก็จะมีการตรวจสอบอย่างนี้ทุกคน

ตลอดทางผมได้ถ่ายรูป สถานที่นี้สวยงามมาก มีแสงส่องจากภายนอกเป็นจุดๆ แต่ทำให้ภายในอาคารดูสว่างตา และเดินมาถึงใจกลาง เป็นห้องโถง ก่อนเข้าห้องประชุมสภา จะมีมุงกุฎ ดาบ วางอยู่ในตู้กลางห้อง และมีคนมุงดู และถ่ายรูปกัน เนื่องจากผมไม่มีไกด์ จึงไม่ทราบว่าของสิ่งนี้เป็นของกษัตริย์องค์ไหน ได้แต่ถ่ายรูปกันไปเท่านั้น


เมื่อเข้ามายังที่ประชุมสภา ผมเลือกที่นั่ง เพราะต้องการจะอัดวีดีโอตอน Michael Bemmer ตัวแทนจาก Oracle ขึ้นพูด และผมก็ได้อัดวีดีโอตามที่ตั้งใจไว้ พิธีเปิด และการบรรยายของแต่ละท่าน น่าสนใจมาก โดยเฉพาะช่องของ Michael Bemmer และ Florian Schiessl, Deputy Manager Limux Project มาพูดถึง Success Story ของ Munich ถึงแม้จะฟังเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง แต่รู้สึกตื่นเต้นมากขณะที่แต่ละคนพูด

หลังจากจบพิธีเปิด ต้องเดินทางกลับไปยัง CEU เพื่อร่วมงาน Conference ต่อ แต่มีเวลาในการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ผมคิดว่าผมจะเดินเล่นเพื่อหาซื้อของฝากก่อน แต่คุณสัมพันธ์ "คิดได้ไง คิดว่าจะไปทันหรอ" ผมจึงต้องยกเลิกแผนการเพราะเห็นด้วยว่าไม่มีทางทันแน่นอน

มาถึง CEU ทำให้รู้ว่าถ้าผมไปเดินเล่นคงเกินเวลาแน่ๆ เพราะมาถึง CEU ก็เกือบเที่ยงกว่าแล้ว งานช่วงแรกจะเริ่มตอน 12:15 น. ผมจึงเข้าไปโรงอาหารสั่งอาหารมาทาน แต่ทานเสร็จตอน 12:30 น. ซึ่งผมคิดในใจทำไมเราต้องสายทุกที

ช่วงแรกจบตอน 13:15 น. แล้วเขาบอกว่าเชิญรับประทานอาหารกันได้ ผมมองหน้าคุณสัมพันธ์ แล้วถามกันว่า "อ้าว เค้าเพิ่งทานกันหรอ แล้วเราไปนั่งทำอะไรในโีรงอาหาร จนทำให้เข้าฟังสายเนี่ย" ด้วยเหตุนี้เอง จึงมีเวลาที่จะใช้ Skype เพื่อโทรกลับมายังเมืองไทย แล้วจึงเข้าร่วมงานต่อ

งานในวันนี้ผมประทับใจ Section สุดท้ายที่ผู้บรรยายมาจากบราซิล ที่บราซิลทีมของผู้บรรยายได้สร้าง Community ทำหลายสิ่งหลายอย่างเพื่อเด็ก สร้างสื่อ หนังสือสอนคอมพิวเตอร์ สอนเด็กๆ ใช้คอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ต ที่ทำให้ผมประทับใจเพราะว่า เวลาที่เขาบรรยาย จะมีรอยยิ้มที่มีความสุขตลอดเวลา ทำให้รู้ว่าเขาทำเพื่อสังคมอย่างแท้จริง และมีความสุขกันมัน

จริงๆ แล้ววันนี้ผมต้องเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองวันเกิดครบรอบ 10 ปีของ OpenOffice.org แต่ไม่ไหวแล้ว ผมกับคุณสัมพันธ์เหนื่อยมาก อีกทั้งคุณสัมพันธ์ต้องเตรียมการบรรยายในวันรุ่งขึ้นอีก จึงเดินทางกลับมายังที่พัก วันนี้ผมได้รู้อย่างหนึ่งว่า การที่เราทำอะไรเพื่อคนอื่น นั้นเป็นความสุขที่เกิดขึ้นได้ไม่ยาก ยิ่งเป็นการทำให้คนอื่นโดยไม่หวังผลตอบแทนแล้วล่ะก็ ยิ่งคนรับได้รับประโยชน์ และมีความสุขกันมันมากเท่าไร เราจะมีความสุขเป็นสองเท่าของผู้รับ

วันพุธที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2553

ทริปฮังการีเพื่อเข้าร่วมงาน OOoCon2010 วันที่ 2

วันที่ 2 ผมตื่นมาตอน 7 โมงเช้าของประเทศฮังการี อากาศค่อนข้างเย็น แต่ไม่ถึงกับหนาว อาบน้ำเสร็จก็ลงมาทานอาหารเช้าที่ห้องอาหาร มื้อเช้าถูกรวมอยู่ในค่าที่พักเรียบร้อยแล้ว มื้ิอแรกของผมที่ฮังการีเป็น ไข่เจียว ที่คนต่างชาติจะเรียกว่าออมเล็ต และแซนวิชที่หน้าตาคล้ายๆ แฮมเบอร์เกอร์ ผมเลือกไส้ที่เป็นบาโลน่า ชีส ซึ่งผมรู้สึกว่าชีสของที่นี่อร่อยมาก ตั้งแต่บนเครื่องบิน ก็ได้ทานชีส ทำให้ชอบชีสที่นี่มาก วันนี้ถือเป็นวันขอบคุณตัวเองอีกวันหนึ่ง

ผมกับคุณสัมพันธ์ เมื่อหยิืบอาหารเสร็จก็มาสะดุดตรงเครื่องชงกาแฟ ซึ่งทีกาแฟหลายๆ แบบให้เลือกทั้งกาแฟ กาแฟใส่นม คาปูชิโน ยังมีช็อคโกแลต และนมด้วย ผมไม่รู้ช้ากดนมร้อนมาแก้วหนึ่ง และผมก็คาดว่ามันต้องจืดแน่นอนจึงใส่น้ำตาลไป 1 ก้อน ฟองนมเยอะมาก น่ากินสุดๆ

พอนั่งทานแล้วรู้สึกว่า อาหารที่นี่ตรงกับสิ่งที่ผมชอบมาก เพราะรสชาดออกเค็ม และมันทั้งชีส เนย นม อร่อยสุดๆ แต่ถ้ากลับไปตรวจร่างกายคงมีร้องกันบ้างแน่ๆ

เมื่อทานอาหารเสร็จผมได้ลงมานั่งทำงานอยู่ใต้โรงแรม เนื่องจากที่นี่อินเทอร์เน็ตฟรีก็จริง แต่ใช้ได้ที่ Lobby เท่านั้น นั่งทำงานจนถึงบ่ายกว่าๆ จึงหันไปหาคุณสัมพันธ์แล้วบอกว่า ไปทานอาหารเที่ยงกันดีกว่า เพราะเดี๋ยวห้องอาหารจะปิด

ก่อนมา่ที่นี่ผมได้อ่านเกี่ยวกับการท่องเที่ยวที่ฮังการี เค้าบอกว่าที่นี่อาหารกลางวันจะเป็นอาหารมื้อใหญ่สุดของวัน มื้อกลางวันของผมคือ ข้าวราดน่องไก่หมักซอสถั่วลันเตา ซุปพาสต้า และของหวานที่ไม่รู้ชื่ออีกถ้วยหนึ่ง อาหารมื้อนี้อร่อยเช่นเดิม เพราะมีรส และความหอมของเนยด้วย น่องไก่ที่นี่ใหญ่มาก และเขาเอาถั่วลันเตายัดเข้าไปใต้หนัง โดยอยู่ระหว่างเนื้อ และหนัง รสเค็มเข้าไปถึงเนื้อ อร่อยดีครับ

หลังจากทานอาหารกลางวัน ผมก็ขอออกไปเดินเล่น คุณสัมพันธ์ถามว่าจะเดินไปไหน นี่มันชานเมืองนะ ไม่กลัวหลงหรอ ผมบอกว่าเดินไปเรื่อยๆ จะเิดินตรงอย่างเดียว ตอนกลับก็จะได้กลับง่ายๆ จึงออกเดินโดยพกกล้องไปด้วยตัวหนึ่ง

เดินไปสักพักผมก็เห็นจุดที่เป็นหลุม ถ้าเป็นหลุมปรกติคงไม่มีอะไรที่ผมต้องสะดุดดู แล้วได้เก็บภาพมาด้วย หลุมน่าจะเกิดจากการขุด หรือไม่ก็ดินทรุด แต่มีเสามากั้นเพื่อป้องกันอันตราย และเสาไม่ใช่แบบเสาเด็กเล่น เสาดูดีมีระดับทีเดียว ทำให้คิดได้สองอย่าง ว่าเค้าใส่ใจกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในเมืองกับ หลุมนี้เกิดขึ้นมานาน ยังไม่มีการแก้ไข เลยป้องกันด้วยวิธีเอาเสามาวางไว้ก่อน ผมคิดว่าไม่ว่าอย่างไหน เขาก็มีการป้องกันอุบัติเหตุที่น่าจะเกิดขึ้นได้ค่อนข้างโอเคเลยล่ะ
เดินต่อมาเรื่อยๆ เป้าหมายของผมคือซื้อน้ำดื่มเนื่องจาก น้ำดื่มที่โรงแรมน้ำแพง แต่ตอนแรกผมไม่ทราบว่าราคานี้เป็นราคาปรกติไหม ราคาคือขวดเล็กที่บ้านเราขายกัน 7 บาท ที่โรงแรมขาย 150 ฟอรินซ์ ราคาตกประมาณ 30 บาท แต่จริงๆ แล้วมันคือน้ำแร่ เพราะที่นี่เค้าทานน้ำประปา โดยเปิดก๊อกรองน้ำทานกัน แต่ผมทำใจไม่ได้ จึงต้องหาซื้อน้ำทาน T-T ที่นี่มีน้ำอยู่สองชนิดคือ น้ำที่อัดแก๊ส ก็คือโซดา กับน้ำเปล่าที่ไม่มีแก๊ส แสดงว่าที่นี่นิยมดื่มโซดากัน

ผมออกเดินทางหาซื้อน้ำโดยมุ่งไปที่ซุเปอร์มาเก็ต แต่ยังไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน ก็เดินมาเรื่อยๆ จนเจอกับซุเปอร์ไม่ไกลจากโรงแรมนัก ระยะทางประมาณ 500 เมตร แต่ด้วยความที่ผมมีอีกเป้าหมายหนึ่ง คือซื้อซิมการ์ดของที่นี่ เพราะหากต้องการติดต่อกันระหว่างผมกับคุณสัมพันธ์ หรือบางทีอาจจะโทรไปยังสถานที่ต่างๆ จะได้สามารถโทรได้

ผมจึงตัดสินใจที่จะยังไม่ซื้อน้ำเพราะถ้าซื้อตอนนี้คงต้องแบกไป แบกมา น่าจะเหนื่อย จึงออกเดินทางต่อ เดินมาอีกประมาณ 1 กิโลกว่าๆ ก็เจอห้างสองห้าง อยู่คนละฝั่งถนนกัน ผมเดินเข้าไปในห้างที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก่อน ด้วยเหตุใดถึงตัดสินใจอย่างนั้นไม่ทราบได้ ก็เดินเข้าไปหาร้านที่จำหน่ายมือถือที่ชื่อว่า Telenor เพราะเมื่อวานที่หาทางมาโรงแรมอยู่นั้นได้ ทราบว่าหาซื้อซิมได้จากศูนย์ของ Telenor และเดินผ่านป้ายโฆษณาเห็นโลโก้นี้ จึงเดินหาดู

แต่ในห้า่งนี้ไม่พบศูนย์ Telenor แต่พบศูนย์ T-Mobile ซึ่งขายซิมการ์ดเช่นเดียวกัน ไม่รอช้าจึงเดินเข้าไปถามเจ้าหน้าที่ที่ต้อนรับอยู่ด้านหน้า คุยกับเค้าเป็นภาษาอังกฤษ เค้าบอกว่าเค้าพูดไม่ได้ จึงพาเราเข้าไปในร้านคุยกับเจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่ง และสอบถามเรื่องราคาซิม ค่าโทร วิธีเติมเงิน จึงได้ซื้อซิมมา 2 อันในราคาอันละ 4050 ฟอรินซ์ เป็นเงินไทยราว 700 กว่าบาท และสามารถโทรได้ 2700 ฟอรินซ์ ราวๆ 400 กว่าบาท แต่ที่น่าตกใจคือค่าโทร นาทีละ 41 ฟอรินซ์ ซึ่งเท่ากับประมาณ 7 บาท แพงใช้ได้เลย

หลังจากนั้นจึงเดินกลับมาที่ซุเปอร์ที่ผ่านมาตอนแรกเพื่อซื้อน้ำ ปรากฎว่าดูราคาแล้วตกใจ จากเดิมที่ซื้อที่โรงแรมขวดเล็กราคา 150 ฟอรินซ์ มาที่ซุเปอร์ขวดขนาด 1.5 ลิตร ราคาตกประมาณ 54 ฟอรินซ์ เฮ้ย นี่มันอะไรกัน ขวดใหญ่ถูกกว่าขวดเล็กอีกหรอเนี่ย จึงซัดมา 1 แพ็ค พร้อมโค๊กซีโร่สองขวด และของใช้อีกนิดหน่อย แต่ดันไม่นึกถึงตอนกลับว่าต้องเดินกลับโดยแบกของที่หนักประมาณ 5 กิโลกว่าไปด้วย

ทางกลับระยะทางประมาณ 500 เมตร รู้สึกว่าไกลกว่าขามามาก หยุดพักตลอดทาง เมื่อมาถึงก็เอาของไปแช่ตู้เย็นและลงมาโทรศัพท์ผ่าน Skype หาผู้ปกครอง และโทรหาที่ปรึกษาทางใจ และก็ได้ขึ้นนอน โดยบอกกับตัวเองว่า พรุ่งนี้เราจะต้องไปซื้อตั๋วรถ เพราะไม่อย่างนั้นเดินทางไปที่ที่จัดงาน Conference ไม่ได้แน่นอน แล้วก็หลับไปโดยตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตอน 6:00 น. เพื่อเตรียมตัวก่อนออกเดินทางไปสถานที่จัดงาน Conference

ปล. ภาพที่เก็บระหว่างทาง และถ่ายบนห้องพัก