แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ hungary แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ hungary แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2553

ทริปฮังการีเพื่อเข้าร่วมงาน OOoCon2010 วันที่ 5

วันนี้เป็นวันที่ 4 สำหรับทริปมาฮังการีของผม และวันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่ผมไปร่วมงาน OooCon2010 วันนี้ถึงคิวคุณสัมพันธ์ขึ้นบรรยาย ผมออกเดินทางไปร่วมงานสายตามเคย เข้าไปถึง CEU ประมาณ 9 โมงกว่าๆ ก็เข้านั่งฟังบรรยายในแต่ละหัวข้อ

พอถึงคิวของคุณสัมพันธ์ขึ้นพูด ผมได้เตรียมการณ์กับคุณสัมพันธ์ไว้ เพราะคุณสัมพันธ์กังวลว่าจะพูดเกินเวลา เพราะที่นี่เค้ารักษาเวลากันดีมาก ไม่มีใครเกินเวลาสักคนเดียว ผมเตรียมกันว่าผมจะยกนิ้ว 1 นิ้ว เมื่อเวลาผ่านไป 10 นาที ยก 2 นิ้วเมื่อเวลาผ่านไป 20 นาที ยก 3 นิ้ว จนถึง 4 นิ้ว ถือว่าหมดเวลา เพราะคุณสัมพันธ์มีเวลาพูด 50 นาที เหลืออีก 10 นาทีไว้ถามตอบ


เมื่อเริ่มบรรยาย คุณสัมพันธ์ได้เล่าเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับประเทศไทยก่อน เผื่อมีท่านใดไม่รู้จักประเทศไทย ซึ่งมีเสียงหัวเราะบ้างในบางหัวข้อที่คุณสัมพันธ์พูด เมื่อครบเวลาที่เตรียมไว้ 10 นาทีแรก ผมยกนิ้ว 1 นิ้ว แต่คุณสัมพันธ์ไม่ยอมมองผม ผมก็ไม่กล้าที่จะยกสูงๆ เพราะอายคนอื่นเหมือนกัน จึงยก 1 นิ้วค้างไว้ จนกว่าคุณสัมพันธ์จะมอง เมื่อคุณสัมพันธ์มองจึงเอามือลง


เมื่อถึง 20 นาที เหตุการณ์เหมือนเดจาวู คุณสัมพันธ์ก็ไม่ยอมมองผม ผมก็ต้องยกค้างไว้เหมือนกัน เมื่อเวลา 30 นาทีก็เช่นกัน แต่เมื่อเวลาครบ 30 นาที และคุณสัมพันธ์เห็นสัญญาณจากผมแล้ว คุณสัมพันธ์ก็ติดจรวดให้กับเนื้อหา โดยที่ไปอย่างรวดเร็ว เพราะมีความกังวลเรื่องเวลาเป็นอย่างมาก จนถึง 40 นาทีคุณสัมพันธ์ก็จบพอดี


คุณสัมพันธ์บ่นกับผมภายหลังว่าวางแผนเวลาผิด เพราะเนื้อหาด้านหลังสำคัญกว่าข้างหน้ามาก แล้วทำได้แค่ข้ามๆ ไป น่าเสียดาย แต่หลังจากบรรยายจบ กระแสตอบรับของเราดีมาก เพราะมีผู้หญิงฮังกาเรียนท่านหนึ่งเข้ามาคุยกับคุณสัมพันธ์ บอกว่าชอบมาก เขาชอบหลายๆ อย่างในประเทศไทย ทั้งภาษา วัฒนธรรม อาหาร เขาเรียนรู้ที่จะออกเสียงคำไทย เขียนหนังสือไทย จนตั้งชมรมคนรักประเทศไทย-ลาว โดยมีสมาชิกอยู่จำนวนหนึ่ง


เขาขอถ่ายรูปคีย์บอร์ดโน๊คบุค ที่มีตัวหนังสือไทยอยู่ คุณสัมพันธ์ถามว่าสนใจตัวหนังสือไทยหรอ เขาบอกว่าใช่ คุณสัมพันธ์จึงส่งลิงค์ที่เป็นคีย์บอร์ดที่มีภาษาไทยให้เขา เขาดีใจมาก แต่เชื่อไหมว่าเขาชื่นชอบเกี่ยวกับประเทศไทยขนาดนี้ แต่เขาไม่เคยมาเมืองไทยเลย


อีกคนหนึ่งเป็นคนฟินแลนด์ เข้ามาคุยกับคุณสัมพันธ์ เขาบอกว่าที่เขามางานนี้เพราะต้องการฟังเรื่องนี้ เขาขอนัดคุณสัมพันธ์คุยเป็นการส่วนตัว ช่วงทานอาหารเช้าของพรุ่งนี้ เพราะเขาพักที่เดียวกับพวกผม แต่พอดีคุณสัมพันธ์ไม่ได้เข้าฟังช่วงถัดไป เขาเลยบอกว่างั้นคุยกันเลยแล้วกัน


ผมไม่ได้ฟังที่คุยกัน แต่คุณสัมพันธ์เล่าว่า เขาถามเรื่องศาสนา เรื่องแนวคิดโอเพนซอร์ส แล้วก็โยงสองเรื่องเข้าด้วยกัน ถามถึงความเห็น นั่นหมายถึงสิ่งที่ประเทศไทยกำลังสื่อให้กับคนภายนอกได้รับรู้นั้น ค่อนข้างที่จะได้ผล วัฒนธรรมต่างๆ ที่มีการสื่อสารให้คนต่างประเทศได้รับรู้ ถึงกับทำให้คนที่ไม่เคยมาประเทศไทย ตั้งชมรมคนรักวัฒนธรรมไทยได้


เกี่ยวกับศาสนาที่คนไทยนับถือพุทธ ทำให้คนต่างชาติสนใจ และสอบถามถึงความเกี่ยวพันกับสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ ผมถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่ในสายตาของประเทศที่เจริญแล้ว มีความชื่นชอบ ชีวิต ความเป็นอยู่ วัฒนธรรม ของประเทศที่กำลังพัฒนาเล็กๆ อย่างเรา ถึงขนาดคลั่งใคล้กันเลยทีเดียว


ในขณะที่คนไทยหลงกับวัฒนธรรมของชาติอื่นๆ ผมเห็นคนฮังกาเรียน ไม่คิดจะใส่ใจกับวัฒนธรรมของชาติอื่น รวมไปถึงชาติมหาอำนาจด้วย คนฮังกาเรียนไม่คิดที่จะพูดภาษาอังกฤษ ผมคิดว่าเขาไม่ได้มองว่าเป็นความผิดเขาที่พูดอังกฤษไม่ได้ แต่เป็นความผิดเราที่ไม่พูดภาษาฮังกาเรียนมากกว่า


แต่ขนาดเขาไม่สนใจภาษาที่เป็นภาษาสากล แต่เขายังมีชมรมคนรักวัฒนธรรมไทย ผมถือว่าชาติไทยก็มีวัฒนธรรมที่น่าชื่นชม ไม่แพ้วัฒนธรรมใดในโลกเช่นกัน


หลังจากที่กลับไปยังที่พัก ผมมีเวลาเหลือที่จะเดินเที่ยว ซึ่งคุณสัมพันธ์ขอบาย เพราะเหนื่อยมาก ผมเดินเที่ยวในตัวเมืองบูดาเปส ผมใช้เวลาเดินตั้งแต่ 14:00 น. กลับถึงห้องพักตอน 18:30 น. ผมว่าที่ผมเดินตีเป็นระยะทางน่าจะได้เกือบ 7 กิโล


ผมไม่พลาดที่จะเก็บภาพตามทางที่ผมผ่านไปมา วันนี้ผมเหนื่อยมาก เพราะเดินค่อนข้างไกล เมื่อกลับมาถึงที่พัก นึุกขึ้นได้ว่าผมเตรียมกางเกงว่ายน้ำมา แต่ยังไม่ได้ใช้เลย พรุ่งนี้คงต้องหาเวลามาว่ายน้ำเสียหน่อยดีกว่า ว่าแล้วก็เข้านอน พรุ่งนี้เข้าฟังสัมมนา กลับมาจะไปว่ายน้ำ แล้ววันรุ่งขึ้นจะได้เดินทางกลับเืมืองไทย

วันพุธที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2553

ทริปฮังการีเพื่อเข้าร่วมงาน OOoCon2010 วันที่ 2

วันที่ 2 ผมตื่นมาตอน 7 โมงเช้าของประเทศฮังการี อากาศค่อนข้างเย็น แต่ไม่ถึงกับหนาว อาบน้ำเสร็จก็ลงมาทานอาหารเช้าที่ห้องอาหาร มื้อเช้าถูกรวมอยู่ในค่าที่พักเรียบร้อยแล้ว มื้ิอแรกของผมที่ฮังการีเป็น ไข่เจียว ที่คนต่างชาติจะเรียกว่าออมเล็ต และแซนวิชที่หน้าตาคล้ายๆ แฮมเบอร์เกอร์ ผมเลือกไส้ที่เป็นบาโลน่า ชีส ซึ่งผมรู้สึกว่าชีสของที่นี่อร่อยมาก ตั้งแต่บนเครื่องบิน ก็ได้ทานชีส ทำให้ชอบชีสที่นี่มาก วันนี้ถือเป็นวันขอบคุณตัวเองอีกวันหนึ่ง

ผมกับคุณสัมพันธ์ เมื่อหยิืบอาหารเสร็จก็มาสะดุดตรงเครื่องชงกาแฟ ซึ่งทีกาแฟหลายๆ แบบให้เลือกทั้งกาแฟ กาแฟใส่นม คาปูชิโน ยังมีช็อคโกแลต และนมด้วย ผมไม่รู้ช้ากดนมร้อนมาแก้วหนึ่ง และผมก็คาดว่ามันต้องจืดแน่นอนจึงใส่น้ำตาลไป 1 ก้อน ฟองนมเยอะมาก น่ากินสุดๆ

พอนั่งทานแล้วรู้สึกว่า อาหารที่นี่ตรงกับสิ่งที่ผมชอบมาก เพราะรสชาดออกเค็ม และมันทั้งชีส เนย นม อร่อยสุดๆ แต่ถ้ากลับไปตรวจร่างกายคงมีร้องกันบ้างแน่ๆ

เมื่อทานอาหารเสร็จผมได้ลงมานั่งทำงานอยู่ใต้โรงแรม เนื่องจากที่นี่อินเทอร์เน็ตฟรีก็จริง แต่ใช้ได้ที่ Lobby เท่านั้น นั่งทำงานจนถึงบ่ายกว่าๆ จึงหันไปหาคุณสัมพันธ์แล้วบอกว่า ไปทานอาหารเที่ยงกันดีกว่า เพราะเดี๋ยวห้องอาหารจะปิด

ก่อนมา่ที่นี่ผมได้อ่านเกี่ยวกับการท่องเที่ยวที่ฮังการี เค้าบอกว่าที่นี่อาหารกลางวันจะเป็นอาหารมื้อใหญ่สุดของวัน มื้อกลางวันของผมคือ ข้าวราดน่องไก่หมักซอสถั่วลันเตา ซุปพาสต้า และของหวานที่ไม่รู้ชื่ออีกถ้วยหนึ่ง อาหารมื้อนี้อร่อยเช่นเดิม เพราะมีรส และความหอมของเนยด้วย น่องไก่ที่นี่ใหญ่มาก และเขาเอาถั่วลันเตายัดเข้าไปใต้หนัง โดยอยู่ระหว่างเนื้อ และหนัง รสเค็มเข้าไปถึงเนื้อ อร่อยดีครับ

หลังจากทานอาหารกลางวัน ผมก็ขอออกไปเดินเล่น คุณสัมพันธ์ถามว่าจะเดินไปไหน นี่มันชานเมืองนะ ไม่กลัวหลงหรอ ผมบอกว่าเดินไปเรื่อยๆ จะเิดินตรงอย่างเดียว ตอนกลับก็จะได้กลับง่ายๆ จึงออกเดินโดยพกกล้องไปด้วยตัวหนึ่ง

เดินไปสักพักผมก็เห็นจุดที่เป็นหลุม ถ้าเป็นหลุมปรกติคงไม่มีอะไรที่ผมต้องสะดุดดู แล้วได้เก็บภาพมาด้วย หลุมน่าจะเกิดจากการขุด หรือไม่ก็ดินทรุด แต่มีเสามากั้นเพื่อป้องกันอันตราย และเสาไม่ใช่แบบเสาเด็กเล่น เสาดูดีมีระดับทีเดียว ทำให้คิดได้สองอย่าง ว่าเค้าใส่ใจกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในเมืองกับ หลุมนี้เกิดขึ้นมานาน ยังไม่มีการแก้ไข เลยป้องกันด้วยวิธีเอาเสามาวางไว้ก่อน ผมคิดว่าไม่ว่าอย่างไหน เขาก็มีการป้องกันอุบัติเหตุที่น่าจะเกิดขึ้นได้ค่อนข้างโอเคเลยล่ะ
เดินต่อมาเรื่อยๆ เป้าหมายของผมคือซื้อน้ำดื่มเนื่องจาก น้ำดื่มที่โรงแรมน้ำแพง แต่ตอนแรกผมไม่ทราบว่าราคานี้เป็นราคาปรกติไหม ราคาคือขวดเล็กที่บ้านเราขายกัน 7 บาท ที่โรงแรมขาย 150 ฟอรินซ์ ราคาตกประมาณ 30 บาท แต่จริงๆ แล้วมันคือน้ำแร่ เพราะที่นี่เค้าทานน้ำประปา โดยเปิดก๊อกรองน้ำทานกัน แต่ผมทำใจไม่ได้ จึงต้องหาซื้อน้ำทาน T-T ที่นี่มีน้ำอยู่สองชนิดคือ น้ำที่อัดแก๊ส ก็คือโซดา กับน้ำเปล่าที่ไม่มีแก๊ส แสดงว่าที่นี่นิยมดื่มโซดากัน

ผมออกเดินทางหาซื้อน้ำโดยมุ่งไปที่ซุเปอร์มาเก็ต แต่ยังไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน ก็เดินมาเรื่อยๆ จนเจอกับซุเปอร์ไม่ไกลจากโรงแรมนัก ระยะทางประมาณ 500 เมตร แต่ด้วยความที่ผมมีอีกเป้าหมายหนึ่ง คือซื้อซิมการ์ดของที่นี่ เพราะหากต้องการติดต่อกันระหว่างผมกับคุณสัมพันธ์ หรือบางทีอาจจะโทรไปยังสถานที่ต่างๆ จะได้สามารถโทรได้

ผมจึงตัดสินใจที่จะยังไม่ซื้อน้ำเพราะถ้าซื้อตอนนี้คงต้องแบกไป แบกมา น่าจะเหนื่อย จึงออกเดินทางต่อ เดินมาอีกประมาณ 1 กิโลกว่าๆ ก็เจอห้างสองห้าง อยู่คนละฝั่งถนนกัน ผมเดินเข้าไปในห้างที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก่อน ด้วยเหตุใดถึงตัดสินใจอย่างนั้นไม่ทราบได้ ก็เดินเข้าไปหาร้านที่จำหน่ายมือถือที่ชื่อว่า Telenor เพราะเมื่อวานที่หาทางมาโรงแรมอยู่นั้นได้ ทราบว่าหาซื้อซิมได้จากศูนย์ของ Telenor และเดินผ่านป้ายโฆษณาเห็นโลโก้นี้ จึงเดินหาดู

แต่ในห้า่งนี้ไม่พบศูนย์ Telenor แต่พบศูนย์ T-Mobile ซึ่งขายซิมการ์ดเช่นเดียวกัน ไม่รอช้าจึงเดินเข้าไปถามเจ้าหน้าที่ที่ต้อนรับอยู่ด้านหน้า คุยกับเค้าเป็นภาษาอังกฤษ เค้าบอกว่าเค้าพูดไม่ได้ จึงพาเราเข้าไปในร้านคุยกับเจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่ง และสอบถามเรื่องราคาซิม ค่าโทร วิธีเติมเงิน จึงได้ซื้อซิมมา 2 อันในราคาอันละ 4050 ฟอรินซ์ เป็นเงินไทยราว 700 กว่าบาท และสามารถโทรได้ 2700 ฟอรินซ์ ราวๆ 400 กว่าบาท แต่ที่น่าตกใจคือค่าโทร นาทีละ 41 ฟอรินซ์ ซึ่งเท่ากับประมาณ 7 บาท แพงใช้ได้เลย

หลังจากนั้นจึงเดินกลับมาที่ซุเปอร์ที่ผ่านมาตอนแรกเพื่อซื้อน้ำ ปรากฎว่าดูราคาแล้วตกใจ จากเดิมที่ซื้อที่โรงแรมขวดเล็กราคา 150 ฟอรินซ์ มาที่ซุเปอร์ขวดขนาด 1.5 ลิตร ราคาตกประมาณ 54 ฟอรินซ์ เฮ้ย นี่มันอะไรกัน ขวดใหญ่ถูกกว่าขวดเล็กอีกหรอเนี่ย จึงซัดมา 1 แพ็ค พร้อมโค๊กซีโร่สองขวด และของใช้อีกนิดหน่อย แต่ดันไม่นึกถึงตอนกลับว่าต้องเดินกลับโดยแบกของที่หนักประมาณ 5 กิโลกว่าไปด้วย

ทางกลับระยะทางประมาณ 500 เมตร รู้สึกว่าไกลกว่าขามามาก หยุดพักตลอดทาง เมื่อมาถึงก็เอาของไปแช่ตู้เย็นและลงมาโทรศัพท์ผ่าน Skype หาผู้ปกครอง และโทรหาที่ปรึกษาทางใจ และก็ได้ขึ้นนอน โดยบอกกับตัวเองว่า พรุ่งนี้เราจะต้องไปซื้อตั๋วรถ เพราะไม่อย่างนั้นเดินทางไปที่ที่จัดงาน Conference ไม่ได้แน่นอน แล้วก็หลับไปโดยตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตอน 6:00 น. เพื่อเตรียมตัวก่อนออกเดินทางไปสถานที่จัดงาน Conference

ปล. ภาพที่เก็บระหว่างทาง และถ่ายบนห้องพัก

ทริปฮังการีเพื่อเข้าร่วมงาน OOoCon2010 วันที่ 1

ผมได้มาที่เมืองบูดาเปสที่ฮังการีเพื่อเข้าร่วมงาน OOoCon2010 แต่สำหรับรายละเอียดของงานนั้นผมจะเขียนไว้ที่ www.openoffice.in.th สำหรับบล็อคนี้ผมจะพูดถึงการท่องเที่ยว ประสบการณ์ที่มายุโรปครั้งแรกของผมครับ

ในวันแรกที่เดินทาง ผมขึ้นเครื่องบินของสายการบิน Austrian Airline วันที่ 29 สิงหาคม เวลา 13:00 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยสายการบินนี้จะบินที่เวียนนาก่อน แล้วจึงต่อเครื่องบินอีกเครื่องไปยังบูดาเปส

ผมเดินทางถึงเวียนนาเวลา 18:30 น. ตามเวลาในเวียนนา หากเทียบกับประเทศไทยก็ประมาณ 23:30 น. หลังจากนั้นตามกำหนดการจะต้องขึ้นเครื่องตอน 19:55 น. จึงคิดว่าเวลาตั้ง 1 ชั่วโมงกว่าๆ หลังจากเครื่องลงที่เวียนนาจะไปทำอะไรดี

ปรากฎว่าไม่ต้องทำอะไรเลย หลังจากเครื่องลงก็ต้องยื่นพาสปอร์ตให้กับเจ้าหน้าที่ตม. ซึ่งแถวยาวเหยียด ได้ตรวจพาสปอร์ตตอน 19:10 น. จึงคิดว่าเหลือว่าอีกประมาณครึ่งชั่วโมงน่าจะเดินเที่ยวซื้อของใน Duty Free ทัน แต่ต้องตรวจร่างกาย ซึ่งก็เหมือนกับตรวจพาสปอร์ตคือแถวยาว แต่ไม่มากเท่าตรวจพาสปอร์ต ตรวจเสร็จก็ 19:40 น. ก็เรียกขึ้นเครื่องพอดี

เครื่องที่บินมาบูดาเปสนั้นเล็กมาก เครื่องบินมีใบพัดด้วย และมีผู้โดยสารไม่ถึง 30 คน ใช้เวลาบินประมาณ 45 นาทีก็ถึงฮังการี

เมื่อมาถึงฮังการี ผมกับคุณสัมพันธ์ก็นั่งเปิดแผนที่ เพื่อหาทางไปยังที่พักที่ได้จองไว้ ซึ่งในเอกสารบอกว่าให้เรานั่งรถเมล์ และไปต่อรถไฟที่เรียกว่า Metro Line ซึ่งรถไฟนี้มี 3 สาย เราต้องนั่งสายที่ 3 แล้วไปต่อสายที่ 2 แล้วนั่งรถเมล์จึงจะถึงที่หมาย

แต่ปรากฏว่าเรานั่งรถเมล์จากสนามบินไปถึงสถานี Metro Line เวลาประมาณ 21:30 น. ตามเวลาฮังการี เมื่อถึงสถานีก็ต้องการจะซื้อตั๋ว แต่เครื่องขายตั๋วนั้นรับเฉพาะเหรียญเท่านั้น เงินที่แลกเป็นเงินฟอรินซ์ของฮังการีนั้นก็มีแต่แบงค์ ผมเดินหาตู้ขายตั๋วที่เป็นบูธดูว่าเปิดอยู่ไหม สรุปทุกตู้ปิดหมดแล้ว มารู้ทีหลังว่าตู้นี้ขายตั๋วถึงแค่ 20:00 น. เท่านั้น ทำไงดีละทีนี้

ผมจึงเดินไปที่ร้านขายขนมปังเพื่อขอแลกเหรียญ แต่คนขายบอกว่าเค้าไม่มีเหรียญให้แลกหรอก มีแค่นิดหน่อยเท่านั้น ผมก็ซื่อเชื่อเขา เดินกลับมาหาคุณสัมพันธ์ว่าเค้าไม่มีให้แลก คุณสัมพันธ์บอกว่า "นี่ไม่ใช่เมืองไทยนะ ลองซื้อของเขาดูซิ เชื่อว่าเขาที่เหรียญทอนแน่ๆ" จริงตามนั้นครับ ผมเดินไปอีกครั้งแต่ทีนี้ไปซื้อขนมปัง พอเขาเปิดเครื่องคิดเงินมา เหรียญงี้เต็มกระบะเลย ผมเลยคิดว่าเมืองไทยนี่คนมีน้ำใจกว่านะเนี่ย

หลังจากซื้อตั๋วได้แล้ว ก็นั่งรถไฟสาย 3 เพื่อมาต่อรถไฟสาย 2 แต่แล้วก็เกิดปัญหาึขึ้น ลืมคิดไปว่าต้องซื้อตั๋วรถไฟสาย 2 ด้วยนี่นา เมื่อจำต้องต่อรถจึงเกิดปัญหา เหรียญไม่มีหยอดตู้ และที่สำคัญสถานีนี้ไม่มีร้านขายของเสียด้วยซิ ทำไงดีละทีนี้

ผมเดินหาร้านขายของ แต่ทุกร้านปิดหมดแล้ว เดินไปเดินมา โชคดีเจอเครื่องขายน้ำอัตโนมัติ และตู้นี้รับแบงค์เสียด้วย ไม่รอช้าผมควักแบงค์ที่ตามที่ตู้บอก ซึ่งรับเพียงแค่แบงค์ 500 เท่านั้น ผมก็ใส่เข้าไป มันก็ดีดกลับมา ผมก็ใส่ใหม่ ก็ดีดกลับมาอีก เอหรือผิดฝั่ง ใส่ใหม่อีกฝั่งหนึ่ง ก็เหมือนเดิม กลับไปกลับมาจนหมดหวังสงสัยเสีย แต่มารู้ที่หลังว่าตู้แบบนี้ทุกตู้ไม่สามารถใส่แบงค์ได้ ใช้ได้แค่เหรียญ (แล้วจะมีที่ใส่แบงค์ทำไมฟะ) ทำไงดีละทีนี้

ผมจึงเปลี่ยนใจ เอาวะนั่งแท็กซี่ก็ได้ แต่เท่าที่อ่านมานั้นที่นี่เค้าไม่ให้เรียกแท็กซี่ข้างทาง ให้โทรเรียก ผมจึงเริ่มต้นหาซิมการ์ดที่เป็น Pre-Paid เพื่อใช้ที่นี่ (สังเกตเห็นโลโก้ค่ายมือถือที่นี่ชื่อว่า Telenor เหมือนกับค่ายมือถือบ้านเราค่ายหนึ่งตามป้ายโฆษณา) เดินจนเจอซุเปอร์มาเก็ตคุณสัมพันธ์จึงเข้าไปเพื่อหาซื้อซิมการ์ด

แต่ซิมการ์ดไม่มีขายในซุเปอร์ คุณสัมพันธ์จึงเดินเข้าไปถามเจ้าหน้าที่ที่ซุเปอร์ แต่เค้าพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ใช้เวลาพอสมควรจึงเ้ข้าใจเขา เขาบอกว่าต้องไปซื้อที่ศูนย์ Telenor หรือตัวแทนจำหน่ายเท่านั้น เป็นไปได้ยังไง บ้านเราร้านโชว์ห่วย ตลาดนัดยังมีขายเลย ทำไงดีละทีนี้

ในกระเป๋าผมตอนนี้มีเหรียญอยู่ประมาณ 200 กว่าฟอรินซ์ จึงเริ่มเดินหาโทรศัพท์สาธารณะ เจออยู่ตู้หนึ่งหน้าทางขึ้นสถานีรถไฟ แต่อ่านชื่อสถานีไม่ออกเพราะเป็นภาษาฮังการี ที่นี่แปลกอยู่อย่างหนึ่ง ป้ายแทบทุกป้ายเป็นภาษาฮังการี และไม่มีภาษาอังกฤษเลย ทำให้ไม่รู้ว่าเป็นที่ไหน ทำให้เมื่อโทรไปเรียกแท็กซี่ แล้วแท็กซี่ถามว่าอยู่ที่ไหน เราไม่สามารถออกเสียงชื่อสถานที่นี้ได้ และถามว่าตู้โทรศัพท์นี้หมายเลขอะไร เราก็ตอบไม่ได้เพราะไม่รู้ดูที่ไหน สุดท้ายเงินที่หยอดไปหมด แล้วจะทำไงดีละทีนี้

จึงจำใจเรียกแท็กซี่ที่จอดอยู่ริมทาง บอกทางแล้วก็ถามราคา เพราะถ้าเราคิดว่าแพงไปเราจะต่อ และเป็นการป้องกันไม่ให้แท็กซี่ขับวนไปวนมาแล้วบอกว่าไกลจึงแพง พอถามราคาเค้าบอกว่าตามมิเตอร์ จึงจบข่าว ต้องตามแต่มิเตอร์จะกรุณา

เมื่อขนของขึ้นรถเสร็จ แท็กซี่ก็ออกเดินทางไปที่พัก นั่งมาแล้วรู้สึกว่าำไกลเหมือนกันนี่นา เมื่อถึงมิเตอร์ก็บอกเราว่าค่าแท็กซี่ 7,750 ฟอรินซ์ (ประมาณหนึ่งพันกว่าบาท) ด้วยความที่เหนื่อย ค่อนข้างมือ และไม่คุ้นกับเงินของที่นี่ จะควักแบงค์ 10,000 แต่ยื่นแบงค์ 1,000 ให้เค้า เค้าบอกว่า อันนี้พันเดียวนะ ผมเลยเอาใหม่ ยื่นใบใหม่ไปให้ สรุปใบใหม่แต่ 1,000 เหมือนเดิม เค้าคงขำ และงงกับเรา จึงเปิดไฟ แล้วบอกเราว่า ถ้า 1,000 จะสีนี้ ถ้าเป็น 10,000 จะอีกสีนึง สรุปก็ส่งแบงค์ 10,000 ให้เค้าสำเร็จ เฮ้อถึงซะที

เมื่อถึงห้องพัก ก็ลุ้นว่าห้องจะเป็นอย่างไร น่าอยู่ไป สรุปโล่งใจ และหายเหนื่อยเพราะรู้สึกประทับใจกับห้อง ห้องมีห้องแยก 2 ห้อง ห้องใหญ่ 1 ห้อง ห้องเล็ก 1 ห้อง ซึ่งตรงกลางเป็นห้องโถง และมีห้องครัวด้วย แถมห้องครับมีเตาแก๊ส ตู้อบ ตู้เย็น เครื่องครับครบครัน ห้องน้ำมีอ่าง และมีห้องที่เป็นห้องส้วมแยกอีกห้องหนึ่งด้านใน สรุปวันแรกก็จบไป ถึงที่พักเวลา 24:00 น. เป๊ะ นั่นคือถึงเช้าอีกวันนั่นเอง

วันจันทร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2553

OOoCon2010 เฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปี OpenOffice.org

ปีนี้อายุของ OpenOffice.org ก็ย่างเข้า 10 ขวบแล้ว มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากตั้งแต่เวอร์ชันแรกที่ OpenOffice.org ได้ออกมาให้เราใช้งานกัน สำหรับงาน OpenOffice.org Conference 2010 มีการเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีของ OpenOffice.org งานนี้จัดที่เมืองบูดาเปส ประเทศฮังการี ซึ่งเป็นเมืองที่สวยงามมากเมืองหนึ่งของโลก

OpenOffice.org Conference หรือเรียกสั้นๆ ว่า OOoCon จัดขึ้นทุกๆ ปี ปีนี้จัดตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคมถึง 3 กันยายน ที่เมืองบูดาเปส ประเทศฮังการี ในงานนี้ก็จะมีการเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีของ OpenOffice.org ด้วย

งาน OOoCon ที่ผ่านมาเป็นงานที่รวบสิ่งที่น่าสนใจอยู่มากเกี่ยวกับ OpenOffice.org มีทั้งตัวแทนจากแต่ละประเทศออกมาเล่า หรือบรรยายเกี่ยวกับ OpenOffice.org ในแต่ละประเทศ มีการบรรยายของผู้พัฒนาหลักก่อนหน้านี้คือ Sun Microsystem แต่ในวันนี้คงต้องเป็น Oracle เสียแล้ว แต่ไม่ใช่ประเด็น เพราะไม่ว่า Sun หรือ Oracle จะเป็นเจ้าของ Community ของ OpenOffice.org ก็ยังคงแข็งแกร่งเหมือนเดิม ^ ^

มีคำกล่าวจากผู้เข้าร่วมงานในปีก่อนๆ ได้กล่าวไว้ว่า "I think OOoCon2008 was a tremendous success. I enjoyed talking, discussing with people who I know just as names and/or ooo alias. I tried to listen, hear, and share the ideas, what project, community contributors, developers and project leads have, as far as posssible. I verified again here that face to face meeting is very important."

ใครอยากไปเที่ยวประเทศฮังการี ผมว่าโอกาสนี้เหมาะมาก ได้ไปเที่ยวด้วย และยังได้ไปร่วมงาน OOoCon2010 เพื่อร่วมฉลองกับ OpenOffice.org อีกด้วย แต่ใครที่ไม่ได้ไปร่วมงานที่ประเทศฮังการี Osdev มีโครงการที่จะร่วมฉลองครบรอบ 10 ปีของ OpenOffice.org ด้วย รอติดตามข้อมูลได้ที่ facebook ครับ หรือหากจะติดตามข้อมูลของ OOoCon2010 สามารถ follow twitter ได้ที่ @ooocon ครับ

ที่มา : www.openoffice.in.th